โคเอนไซม์ คิว 10 กินกันไปทำไม?!

จำนวนผู้ชม: 669    หมวดหมู่:ความรู้ทั่วไป    Facebook

"โคเอนไซนไซม์ คิวเทน" หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "โคคิวเทน" เป็นสารอาหารคล้ายวิตามินที่สามารถละลายได้ดีในไขมัน พญ.ศิวนันท์ พุทธะไชยทัศน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ ดี จากโรงพยาบาลเวิล์ดเมดิคอลเซ็นเตอร์ ชี้ว่า สารอาหารชนิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างพลังงานพื้นฐานให้แก่เซลล์ ทุกเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น หากได้รับสารชนิดนี้ไม่เพียง เซลล์ก็จะทำงานผิดปกติ เป็นต้นเหตุของอาการเจ็บป่วยได้สารพัด

-กินแล้ว...หัวใจแข็งแรง

เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายได้อย่างพอเพียง หัวใจของเราจึงต้องทำงานหนัก อัตราการเต้นโดยเฉลี่ย 1 แสนครั้งต่อวัน เซลล์ทุกเซลล์ของหัวใจจึงต้องการพลังงานมากเป็นพิเศษ คุณหมอจึงบอกว่า การได้รับโคเอนไซม์ คิวเทนอย่างเพียงพอซึ่งเหมือนเป็นการชาร์จพลังงานของเซลล์ให้เต็มอยู่ตลอด เวลา จึงเป็นผลดีโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดทั้งหมด ความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวก็จะลดลง

-กินแล้ว...ไม่อ่อนล้าอ่อนเพลีย

อย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้นว่า โคเอนไซม์ คิวเทนเป็นสารสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ เมื่อเซลล์ได้รับพลังงานเพียงพอก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายของเราที่ประกอบขึ้นมาจากเซลล์เล็กๆ นับล้านจึงรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา

-กินแล้ว...ชะลอความแก่

สิ่งที่ทำให้คุณแก่เร็วก็คือบรรดาอนุมูลอิสระทั้งหลาย เมื่อทานโคเอนไซม์ คิวเทน ซึ่งก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งเข้าไป ก็เหมือนกับการเสริมทัพทำลายและป้องกันความแก่ ยิ่งหากทานควบคู่กับวิตามินอีจะยิ่งเห็นผลชัดเจน นอกจากนี้ คุณหมอศิวนันท์ ยังเสริมอีกว่า ที่จริงแค่การที่เซลล์มีพลังงานเพียงพอก็ชะลอความแก่ลงไปได้เยอะแล้ว!

-จำเป็นต้องเสริมทุกคนเลยเหรอ?

จริง ๆ แล้ว ร่างกายเราสามารถสร้างโคเอนไซม์ คิวเทนได้เอง แต่ก็ต้องใช้กระบวนการสร้างหลายขั้นตอน ต้องอาศัยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย คนส่วนใหญ่จึงมักมีโคคิวเทนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ที่สำคัญ หลังอายุขึ้นเลขสองการสร้างสารตัวนี้ก็จะเริ่มลดน้อยลง ยิ่งเมื่อเข้าใกล้เลขสี่ก็จะลดลงมากจนสังเกตได้เลยว่า คุณดูมีอายุมากขึ้น นอกจากนี้หากคุณทานยาลดไขมันกลุ่มที่ลงท้ายว่า Statin โคคิวเทนของคุณก็จะถูกทำลายลงไปด้วย

Caution!

- ปริมาณที่แนะนำในการทานโคคิวเทนเป็นอาหารเสริมอยู่ที่ 30-100 มิลลิกรัม หากต้องการใช้รักษาโรคต้องทานมากกว่านี้ โดยแบ่งออกเป็น 2-3 มื้อต่อวัน และควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์
- หากมีเอนไซม์บางชนิดไม่เพียงพอ โคคิวเทนจะกลายเป็นตัวก่ออนุมูลอิสระซะอง จึงควรรับประทานคู่กับวิตามินอีและ NAC (N-acetyl-cysteine)
- หากทานในขนาดที่สูงเกินไปอาจมีอาการทางด้านระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย แสบร้อนในอก และไม่สบายท้องได้
- ผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน! เพราะสารนี้จะไปลดทอนฤทธิ์ของยาลง